ดูเตร์เตชี้คนร้ายบึ้มโบสถ์เจตนาท้าทาย ลั่นตอบโต้หนัก

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ประกาศจะเพิ่มการตอบสนองต่อ “ความท้าทาย” ของผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์ในพื้นที่อ่อนไหวด้านความมั่นคงบนเกาะมินดาเนา ซึ่งเกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียวหลังการลงประชามติแบ่งเขตปกครองตนเองใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่าภายหลังเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่โบสถ์ “โจโล” ซึ่งเป็นศาสนสถานคาทอลิก ตั้งอยู่ในเขตใจกลางเมืองโจโล เมืองเอกของจังหวัดซูลู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยแรงระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน ในจำนวนนี้เป็นทหาร 5 นาย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 80 คน อนึ่ง เดิมทีตำรวจให้ข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตไว้สูงถึง 27 คน แต่ปรับลดลงในเวลาต่อมา โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความสับสนด้าน “การประสานงาน” นั้น

กลุ่มไอเอสเผยแพร่แถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวอามัคซึ่งเป็นกระบอกเสียง อ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้ แต่ยังไม่มี “หลักฐาน” รองรับที่ชัดเจน ขณะที่หลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มอาบู ไซยาฟ มากกว่า เนื่องจากจังหวัดซูลูเป็นเขตอิทธิพลของกองโจรกลุ่มนี้ ด้านทำเนียบมาลากันยังเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุว่าเป็น “ศัตรูของรัฐ” ซึ่งเจตนาท้าทายศักยภาพของฝ่ายบริหารและหน่วยงานด้านความมั่นคง ในการปกป้องและคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ แน่นอนว่านับจากนี้กองทัพฟิลิปปินส์จะตอบสนองต่อ “คำท้าทาย” ดังกล่าว ด้วยการเพิ่มความรุนแรงของปฏิบัติการกำจัดกลุ่มอาชญากร “ซึ่งไม่มีทางรู้จักแยกแยะความผิดชอบชั่วดี”

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังผลการลงประชามติของประชาชนบนเกาะมินดาเนา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่รับรองร่างกฎหมาย “องค์ประกอบบังซาโมโร” ( Bangsamoro Organic Law ) หรือ “บีโอแอล” เตรียมแบ่งอาณาเขตส่วนหนึ่งของเกาะมินดาเนาให้เป็น “เขตปกครองตนเองบังซาโมโร”  ซึ่งเป็นผลจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลกลางในกรุงมะนิลากับแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ( เอ็มไอแอลเอฟ ) ที่ใช้เวลานานถึง 10 ปี จนมีการลงนามร่วมกันเมื่อปี 2557 โดยในช่วงแรกรัฐบาลกลางจะเป็นผู้ดูแลด้านความมั่นคงและมีกองทุนพิเศษช่วยเหลือจนกว่าเขตปกครองแห่งใหม่จะมีเสถียรภาพภายในระยะเวลา 5 ปี  แม้เสียงส่วนใหญ่ในจังหวัดซูลูปฏิเสธร่างกฎหมายบีโอแอล แต่จะยังคงต้องเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองแห่งนี้ตามเสียงส่วนใหญ่ในภาพรวม.

Top