ที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย ปัญหาน้ำเสียในโรงงาน

ที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย ปัญหาน้ำเสียในโรงงาน น้ำเสียมีที่มาจากหลายสาเหตุ ทั้งน้ำเสียจากสารอินทรีย์วัตถุและน้ำเสียที่เกิดจากการใช้สารเคมีในที่ต่างๆ การกำจัดน้ำเสียในแต่ละสาเหตุก็แตกต่างกันออกไป

น้ำเสียคือน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลทั้งหลายสะสมมากขึ้นก่อให้เกิดการเน่าเหม็นจากปฏิกิริยาของแบคทีเรียบางโคโลนี ซึ่งในน้ำเสียปริมาณออกซิเจนจะน้อยกว่ามาตรฐานทั่วๆไป รวมถึงค่า pH , BOD , COD ก็ไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ประเทศไทยประสบกับภาวะน้ำเสียนับวันจะเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เป็นเพราะเราใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยและทิ้งเป็นขยะ ซึ่งปริมาณขยะในแต่ละวันจะมีมากมายและก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ กลิ่นเน่าเหม็น สร้างมลภาวะกลิ่นให้กับสิ่งแวดล้อมโดยรวม โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนประชากรหนาแน่นและแต่ละคนก็ผลิตขยะและสิ่งสกปรกทิ้งลงตามแหล่งน้ำสาธารณะ ก่อให้เกิดน้ำเสียขึ้นโดยที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าน้ำที่เราทำให้เสียนั้นที่แท้แล้ววันหนึ่งเราจะต้องนำกลับมาใช้บริโภคอาจจะดื่มหรือใช้งานอย่างอื่น

นอกจากนี้น้ำเสียยังเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี ซึ่งส่วนมากน้ำทิ้งตามบ้านแต่ละหลังไม่ได้ผ่านการบำบัดให้เป็นน้ำดีก่อนออกสู่สาธารณะ จะเห็นว่าบ้านทุกหลังช่วยกันสร้างน้ำเสียในทุกๆวันในปริมาณที่มากมหาศาล ดังนั้นในแม่น้ำลำคลองจึงเกิดปรากฎการณ์น้ำเน่าเสีย เช่น คลองแสนแสบที่น้ำมีสีดำตลอดลำคลอง ถือเป็นมลภาวะของสิ่งแวดล้อม เหตุเกิดจากการทิ้งน้ำเสียลงในแม่น้ำจนปริมาณออกซิเจนลดลง ทำให้แม่น้ำเกิดการเน่าเหม็นขึ้น ถ้าทุกบ้านบำบัดน้ำทิ้งก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะก็จะช่วยลดน้ำเสียไปในตัว จะเห็นว่าน้ำเสียส่วนมากเกิดจากฝีมือของมนุษย์เอง ยิ่งที่ไหนมีประชากรอยู่อาศัยมากและไม่มีมาตรการใดรองรับในการจัดระเบียบน้ำก็ย่อมส่งผลกระทบต่อแม่น้ำอย่างแน่นอน

การใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย ก่อนอื่นต้องรู้ข้อมูลของน้ำเสียก่อนว่ามีสาเหตุมาจากอะไร เป็นน้ำเสียมาจากส่วนไหน ปริมาณมากเท่าใด วิกฤตมากน้อยเพียงใด มีที่กักเก็บน้ำเสียนั้นหรือไม่ เพื่อเราจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ในการประยุกต์ใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้น เราจะได้รู้ว่าจะต้องใช้ปริมาณเท่าใด ใช้ตรงจุดไหน หลังจากนั้นก็ใช้จุลินทรีย์บำบัดตามขั้นตอนการใช้ต่อไป

น้ำเสียในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการบำบัดให้เป็นน้ำดีก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม น้ำเสียจึงเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งของประเทศที่ยังไม่มีหน่วยงานใดแก้ไขให้เป็นระบบแบบจริงจัง

การใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่น/จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ควรใช้อย่างไรจึงจะถูกต้องและเหมาะสม??

ในการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่น ไม่ว่าจะใช้ดับกลิ่นหรือใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพ ผู้ใช้ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกัน ซึ่งส่วนมากจะเข้าใจกันว่าใช้จุลินทรีย์ครั้งแรกก็พอแล้ว ดับกลิ่นครั้งแรกกลิ่นก็หายไม่ต้องใช้ต่อไปอีกเพราะกลิ่นหายหมดแล้ว ในความเป็นจริงเป็นการเข้าใจผิดของผู้ใช้จุลินทรีย์ ที่ถูกต้องก็คือ ต้องใช้ต่อเนื่องเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง เช่น ใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นส้วมหรือบ่อเกรอะ ในความเป็นจริงสิ่งปฏิกูลในส้วมหรือบ่อเกรอะในบ้านเราเกิดขึ้นทุกๆวัน ดังนั้นจึงมีสิ่งปฏิกูลและสิ่งสกปรกเกิดเพิ่มขึ้นในทุกๆวันเช่นกัน การใช้เพียงครั้งแรกแล้วไม่ใช้อีกเลยทั้งๆที่มีสิ่งปฏิกูลเกิดขึ้นทุกวัน เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะจุลินทรีย์จะเข้าไปย่อยสลายสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นและก็จะสลายไปในที่สุดตามระยะเวลาของมันเอง ไม่สามารถอยู่ย่อยสลายได้ตลอดกาลจำเป็นอย่างยิ่งต้องหมั่นเติมจุลินทรีย์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง อาจจะเติมอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณของสิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นเป็นหลัก การเติมจุลินทรีย์ในส้วมหรือบ่อเกรอะควรใช้แบบสดและเพียวไม่ผสมน้ำ ซึ่งจะดับกลิ่นได้อย่างรวดเร็ว จุลินทรีย์ที่ดับกลิ่นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพส่วนมากจะเป็นประเภทเก่าเก็บหรือที่มีความเข้มข้นต่ำ

ดังนั้นการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นจึงควรใช้ตามคำแนะนำ ไม่จำเป็นต้องใช้อย่างประหยัดหรือใช้น้อยจนเกินไป ซึ่งจะไม่ได้ผลตามที่ต้องการ สามารถใช้เข้มข้นและมากได้ตามความต้องการไม่มีอันตรายใดๆ และใช้ตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ 1เดือนครั้งหรือ 6 เดือนครั้ง ปัญหามันเกิดขึ้นทุกๆวัน เช่น มีสิ่งปฏิกูลเกิดขึ้นทุกๆวัน สุนัขฉี่หรือถ่ายมูลทุกๆวัน เป็นต้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายไม่ควรทิ้งระยะเวลาห่างจนเกินไป ถ้ารู้ว่าเริ่มมีกลิ่นแล้วให้ใช้ได้เลย หรืออาจจะใช้ทุกวันก็ได้ ซึ่งจะเป็นการดีมากๆ เพราะสิ่งสกปรกถูกบำบัดทุกวัน กลิ่นก็จะไม่มี ทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้นตามลำดับ มีหลายท่านที่ต้องการนำไปทดลองใช้ก่อน ซึ่งถ้าใช้ถูกวิธีก็จะได้ผลดี แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร จุลินทรีย์ดับกลิ่นได้ผ่านการทดลองทางด้านวิชาการต่างๆ ผ่านสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมาทั่วโลกแล้ว จุดเด่นๆของจุลินทรีย์ดับกลิ่นก็คือไม่มีสารเคมีเจือปน จึงมีความปลอดภัยสูง สามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง

Top